<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>7-Crocodile Underground Thinking &#187; 7-Story</title>
	<atom:link href="http://7-crocodile.mrchoke.org/tag/7-story/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://7-crocodile.mrchoke.org</link>
	<description>Something in my life</description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 Oct 2011 05:24:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
		<item>
		<title>7-Story: Farther and Son</title>
		<link>http://7-crocodile.mrchoke.org/2009/12/08/7-story-farther-and-son/</link>
		<comments>http://7-crocodile.mrchoke.org/2009/12/08/7-story-farther-and-son/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 07:13:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>7-Crocodile</dc:creator>
				<category><![CDATA[7-Story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://7-crocodile.mrchoke.org/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้นานแล้วผมได้ยินครั้งแรกตอนสมัยบวชพระ เจ้าอาวาสวัดที่บวชมักจะหยิบเรื่องนี้มาเทศน์ให้ญาติโยมฟังเสมอๆ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสองพ่อลูกไปซื้อม้าจากตลาด เท่าที่ผมค้นดูเนื้อเรื่องอาจจะเป็นสองพ่อลูกจูงลาไปขายก็มี ก็แล้วแต่ท้องถิ่นนะ ผมชอบเรื่องนี้มากมันให้ข้อคิดที่ดีมาก ลองอ่านดูนะครับ อาจจะเล่าตกหล่นไปบ้างก็ต้องขออภัย สองพ่อลูกกับม้าน้อย กาลครั้งหนึ่งมีสองพ่อลูกพากันไปตลาดเพื่อซื้อลูกม้ากลับมาบ้าน เมื่อเลือกซื้อลูกม้าได้เป็นที่เรียบร้อยก็พากันขี่เจ้าม้าน้อยตัวนั้นกลับบ้าน เดินทางมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงคนนินทาอยู่ข้างทางว่า ชาวบ้าน: ดูสิม้าตัวนิดเดียว พากันขี่ไปได้ยังไงตั้งสองคน ไม่สงสารม้าบ้างหรือยังไง สองพ่อลูกได้ยินดังนั้น ผู้เป็นพ่อก็เลยลงจากหลังม้า ให้ลูกขี่ไปคนเดียวส่วนพ่อก็จูงม้าเดินไป สักพักก็ได้ยินชาวบ้านที่ผ่านมานินทาให้ได้ยินอีกว่า ชาวบ้าน: ดูเด็กคนนั้นสิ เป็นลูกภาษาอะไรกัน ปล่อยให้พ่อแก่ๆ เดินจูงม้าตัวเองขี่ม้าอย่างสบายอกสบายใจ เหลือขอจริงๆ เลย เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้เป็นลูกก็รีบลงจากหลังม้า แล้วให้พ่อขึ้นขี่แทน แล้วตัวเองก็จูงมาเดินต่อไป แต่ไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงนินทาอีกเช่นเคย ชาวบ้าน : เธอๆ มาดูเร็ว ตาแก่หัวหงอกขี่ม้า ปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆ เดินจูง ช่างไม่รู้จักแก่เอาซะเลย ผู้เป็นพ่อก็รีบลงจากหลังม้า แล้วพากันเดินไปทั้งคู่ นึกในใจว่าเราคงทำถูกแล้ว แต่เดินไปได้สักระยะก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มซุบซิบนินทาอยู่ว่า ชาวบ้าน: ดูพ่อลูกคู่นั้นสิ โง่จริงๆ ซื้อม้ามาทั้งทีแทนที่จะขี่มัน กลับเดินจูงกันมา ฉันว่าถ้าไม่ขี่มันก็ควรจะอุ้มม้ามันไปดีกว่ามั้ง พ่อลูกได้ยินเช่นนั้นก็รีบพากันจับเจ้าม้าน้อยขึ้นบ่าช่วยกันแบกกลับบ้านทันที จบ. เป็นยังไงบ้างครับอ่านจบแล้วได้แง่คิดอะไรกันไหม ผมว่าท่านที่อ่านก็จะตีความกันไปได้หลายแง่หลายมุม สิบคนอ่านก็สิบความคิดเห็น ดังนั้นนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2F7-crocodile.mrchoke.org%2F2009%2F12%2F08%2F7-story-farther-and-son%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2F7-crocodile.mrchoke.org%2F2009%2F12%2F08%2F7-story-farther-and-son%2F&amp;source=mrchoke&amp;style=normal&amp;service=bit.ly&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้นานแล้วผมได้ยินครั้งแรกตอนสมัยบวชพระ เจ้าอาวาสวัดที่บวชมักจะหยิบเรื่องนี้มาเทศน์ให้ญาติโยมฟังเสมอๆ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสองพ่อลูกไปซื้อม้าจากตลาด เท่าที่ผมค้นดูเนื้อเรื่องอาจจะเป็นสองพ่อลูกจูงลาไปขายก็มี ก็แล้วแต่ท้องถิ่นนะ ผมชอบเรื่องนี้มากมันให้ข้อคิดที่ดีมาก ลองอ่านดูนะครับ อาจจะเล่าตกหล่นไปบ้างก็ต้องขออภัย</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>สองพ่อลูกกับม้าน้อย</strong></span></span></p>
<p style="text-align: left;">กาลครั้งหนึ่งมีสองพ่อลูกพากันไปตลาดเพื่อซื้อลูกม้ากลับมาบ้าน เมื่อเลือกซื้อลูกม้าได้เป็นที่เรียบร้อยก็พากันขี่เจ้าม้าน้อยตัวนั้นกลับบ้าน เดินทางมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงคนนินทาอยู่ข้างทางว่า</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000080;"><em><strong>ชาวบ้าน: ดูสิม้าตัวนิดเดียว พากันขี่ไปได้ยังไงตั้งสองคน ไม่สงสารม้าบ้างหรือยังไง</strong></em></span></p>
<p style="text-align: left;">สองพ่อลูกได้ยินดังนั้น ผู้เป็นพ่อก็เลยลงจากหลังม้า ให้ลูกขี่ไปคนเดียวส่วนพ่อก็จูงม้าเดินไป สักพักก็ได้ยินชาวบ้านที่ผ่านมานินทาให้ได้ยินอีกว่า</p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #000080;"><strong>ชาวบ้าน: ดูเด็กคนนั้นสิ เป็นลูกภาษาอะไรกัน ปล่อยให้พ่อแก่ๆ เดินจูงม้าตัวเองขี่ม้าอย่างสบายอกสบายใจ เหลือขอจริงๆ เลย</strong></span></em></p>
<p style="text-align: left;">เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้เป็นลูกก็รีบลงจากหลังม้า แล้วให้พ่อขึ้นขี่แทน แล้วตัวเองก็จูงมาเดินต่อไป แต่ไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงนินทาอีกเช่นเคย</p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #000080;"><strong>ชาวบ้าน : เธอๆ มาดูเร็ว ตาแก่หัวหงอกขี่ม้า ปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆ เดินจูง ช่างไม่รู้จักแก่เอาซะเลย</strong></span></em></p>
<p style="text-align: left;">ผู้เป็นพ่อก็รีบลงจากหลังม้า แล้วพากันเดินไปทั้งคู่ นึกในใจว่าเราคงทำถูกแล้ว แต่เดินไปได้สักระยะก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มซุบซิบนินทาอยู่ว่า</p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="color: #000080;"><strong>ชาวบ้าน: ดูพ่อลูกคู่นั้นสิ โง่จริงๆ ซื้อม้ามาทั้งทีแทนที่จะขี่มัน กลับเดินจูงกันมา ฉันว่าถ้าไม่ขี่มันก็ควรจะอุ้มม้ามันไปดีกว่ามั้ง</strong></span></em></p>
<p style="text-align: left;">พ่อลูกได้ยินเช่นนั้นก็รีบพากันจับเจ้าม้าน้อยขึ้นบ่าช่วยกันแบกกลับบ้านทันที</p>
<p style="text-align: left;">จบ.</p>
<p style="text-align: left;">เป็นยังไงบ้างครับอ่านจบแล้วได้แง่คิดอะไรกันไหม ผมว่าท่านที่อ่านก็จะตีความกันไปได้หลายแง่หลายมุม สิบคนอ่านก็สิบความคิดเห็น ดังนั้นนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความคิดเห็นของคนนั้นมีร้อยแปดประการจะทำอะไรให้ถูกใจใครทุกคนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นลองย้อนมาดูรอบๆ ตัวเรากันบ้างว่าทุกวันนี้ การแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่เปิดกว้างกว่าเมื่อก่อน ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้อย่างเปิดเผยมากๆ การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เรื่องแปลก หรือ เรื่องผิด แต่ทุกวันนี้การยึดเอาความคิดเห็นของตัวเองเป็นหลักสิ เป็นเรื่องที่น่ากลัว ดูอย่างปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่างคนต่างความคิดไม่เท่าไหร่ แต่ต่างคนต่างยึดว่าความคิดของตัวเองถูกนี่สิ คนอื่นทำอะไรไม่ตรงกับความคิดตัวเองก็ผิดไปเสียหมด</p>
<p style="text-align: left;"><em><strong>กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงอย่างมากคือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่านักประชาธิปไตย เรียกร้องเสรีภาพ เรียกร้องความยุติธรรม แต่ลืมมองตัวเองว่า ตัวเองนั้นรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากน้อยแค่ไหน ก็เห็นแต่ด่าทอกัน มองคนที่คิดตรงข้ามว่าเป็นศัตรู ต้องเข่นฆ่ากันเท่านั้น ผมเองไม่อาจไว้วางใจฝากคำว่า ประชาธิปไตย ไว้ในมือของนักประชาธิปไตยที่ทำตัวแบบนี้เลยได้&#8230;.</strong></em></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #003300;"><strong><em>7-Story:-1-8/12/09</em></strong></span></p>
<p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://7-crocodile.mrchoke.org/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://7-crocodile.mrchoke.org/2009/12/08/7-story-farther-and-son/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

